มข. จับมือเอกชนเซ็น MOU พร้อมเปิดศึก KKU Volleyball Challenge 2026

KhonKaen Sport sDivision

มข. จับมือเอกชนเซ็น MOU พร้อมเปิดศึก KKU Volleyball Challenge 2026



เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

       มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท เอไอเอ จำกัด และบริษัท เทียนเฟือก แมนูแฟคเจอริ่งแอนด์เทรดดิ้ง จำกัด เพื่อสนับสนุนโครงการ “KKU Volleyball Academy” และเปิดตัวการแข่งขัน “KKU Volleyball Challenge 2026” อย่างเป็นทางการ ความร่วมมือเพื่อพัฒนา

     โครงการ “KKU Volleyball Academy” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 โดยมีเป้าหมายพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างครบวงจร ครอบคลุมทักษะกีฬา สมรรถภาพทางกาย ความเข้มแข็งทางจิตใจ และการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ควบคู่กับระบบการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา ในการลงนามครั้งนี้ บริษัท เอไอเอ จำกัด สนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี
บริษัท เทียนเฟือก แมนูแฟคเจอริ่งแอนด์เทรดดิ้ง จำกัด สนับสนุนงบประมาณ 500,000 บาท ระยะเวลา 2 ปี พร้อมอุปกรณ์กีฬาและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งสร้างกลไกการพัฒนากีฬาอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้ก้าวสู่การแข่งขันระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระดับนานาชาติ พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นเลิศทางการกีฬาของมหาวิทยาลัย

เปิดตัว “KKU Volleyball Challenge 2026” ภายหลังพิธีลงนามความร่วมมือ ได้มีพิธีเปิดการแข่งขัน “KKU Volleyball Challenge 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 11 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกเคเคยู วอลเลย์บอล อะคาเดมี อาคารพลศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รุ่นอายุ ได้แก่:

รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี (U18) จำนวน 12 โรงเรียน
รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี (U12) จำนวน 8 โรงเรียน
รวมทั้งสิ้น 20 โรงเรียนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     ผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นระบุว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงมุ่งผลแพ้–ชนะ แต่เน้นการสร้างประสบการณ์ การปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาในภูมิภาค นอกจากนี้ โครงการยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 5) ด้านความเท่าเทียมทางเพศ ผ่านการเสริมสร้างบทบาทและศักยภาพของสตรีและเด็กหญิงในวงการกีฬาอย่างเป็นรูปธรรม

     การผนึกกำลังระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคเอกชนในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่การเป็นต้นแบบการบริหารจัดการกีฬาเชิงบูรณาการในระดับประเทศ และวางรากฐานสู่ความเป็น “University of Sports Excellence” อย่างมั่นคงในอนาคต

สอบถามเพิ่มเติม